"บางครั้ง...เราอาจจะเห็นรอยยิ้มที่สวยที่สุด ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต"
#KOONPalliativeMemories : "บางครั้ง...เราอาจจะเห็นรอยยิ้มที่สวยที่สุด ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต"
- - -
เป็นเคสผู้หญิง อายุ 65 ปี มะเร็งลำไส้ระยะลุกลาม ไม่สามารถผ่าตัดได้ มีก้อนมะเร็งในท้องที่มีเนื้อตายร่วมด้วย ก่อให้เกิดฝีก้อนใหญ่ในช่องท้อง คุณแม่เริ่มเดินไม่ไหว เพราะก้อนโดนกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกด้วย ท่านย้ายมา #โรงพยาบาลคูน เพราะต้องการดูแลให้สุขสบาย และอยากใช้ช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด
.
แนตทบทวนประวัติเสร็จก็เดินไปพบคนไข้ เมื่อเปิดประตูออก แนตเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งอยู่บนเตียงที่ตั้งค่อนข้างชัน ด้านหน้ามี ipad เปิดซีรีย์เรื่องหนึ่งอยู่ อีกมุมหนึ่งของห้อง มีผู้หญิงอีกคนนั่งอยู่ที่ recliner ข้างเตียง ดูแล้วก็คงเป็นลูกสาวที่มาอยู่ด้วย
.
เมื่อแม่เห็นแนต จึงกด pause แล้วยิ้ม แนตยิ้มให้ พร้อมบอกว่า "สวัสดีค่ะ หมอแนตนะคะ ขออนุญาตเยี่ยมสะดวกมั้ยคะ ถ้าขัดจังหวะดูซีรีย์ เดี๋ยวหมอมาใหม่ให้นะคะ"
แม่ยิ้มให้แล้วบอกว่า "เดี๋ยวค่อยดูก็ได้ค่าคุณหมอ"
แนตเอาเก้าอี้มานั่งข้างๆ เตียง หลังจากที่ถามอาการ ความเจ็บป่วยต่างๆ และการรับรู้ตัวโรคของแม่
แม่เข้าใจทุกอย่าง รับรู้ตัวโรคและตัดสินใจการรักษาด้วยตัวเองมาทั้งหมด รู้ดีว่าหมอบอกว่ารักษาไม่ได้แล้ว รู้ดีว่าเวลาเหลือไม่มาก...
ที่แปลกคือ แม่เล่าทั้งรอยยิ้ม ยิ้มแบบยิ้มจริงๆ แนตมองไม่เห็นความเศร้าในแววตานั้นเลย
.
แนตถามไปตรงๆ "หมอขออนุญาตถามได้มั้ยคะ เพราะอะไร แม่ถึงดูไม่เศร้า"
แม่ตอบว่า "เศร้าแล้วได้อะไร"
"มันเกิดขึ้นไปแล้ว เปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว"
"ถ้าเศร้าแล้ว อะไรจะดีขึ้นมั้ย ก็ไม่มี แม่เลยไม่เศร้าละ"
แนตฟังพร้อมทึ่งที่ได้ยิน ได้เห็นเช่นนี้
"แล้วแม่คาดหวังอะไรกับเวลาที่มีเหลืออยู่ตอนนี้บ้าง"
"ก็แค่มีความสุขในทุกวัน"
แนตยิ้ม "หมอเห็นแม่มีความสุขอยู่"
แม่พยักหน้า "ใช่ แม่มีความสุข"
งั้นมันมีอะไรที่แม่จะมีความทุกข์ได้บ้างคะ แม่บอก "ก็ความไม่สบายตัว ความปวด ความเหนื่อย"
"มีอีกมั้ยคะ" แนตถาม
แม่นึก....แล้วยิ้ม ตอบว่า "ไม่มีแล้ว"
แนตยิ้มตอบ "งั้นแม่สบายใจได้ เพราะสิ่งที่จะทำให้แม่ทุกข์...หมอจัดการได้หมดเลย"
.
ในวันที่เจอกัน ถ้าดูจากพยากรณ์โรค ก็คิดว่าแม่เหลือเวลาพอสมควร ขึ้นกับว่าก้อนในท้องของแม่ จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นเมื่อไหร่
แต่ละวันที่แนตไปดู แม่มีอาการปวดอยู่บ้าง แม่กดขอยาทุกครั้งที่แม่รู้สึกไม่สบายตัว ทำให้อาการควบคุมได้ดี
ในช่วงวันวาเลนไทน์ปีนั้น แม่เขียนการ์ดให้ตัวเอง เป็นการ์ดรูปหัวใจ แม่เขียนว่า "ขอให้ทุกวัน เป็นวันที่มีความสุข"
แนตอ่านแล้ว อดทึ่งไม่ได้ ว่านี่คือ มุมมองคนไข้ที่เหลือเวลาไม่มากจริงๆหรือนี่
หลังจากนั้น เราก็ได้คุยกันถึงผลไม้ที่ชอบ...แม่บอกว่าแม่ชอบมะยงชิด
แนตก็บอกว่า "โอ เหมือนกันเลยค่าแม่ หมอก็ชอบ" และเดือนหน้า ก็เดือนมีนาคม...มะยงชิดกำลังจะมาพอดี
แนตคิดในใจว่า ถ้าได้มา จะรีบเอามาให้แม่กินเลย
แต่หลังจากคุยวันนั้นไม่นาน จู่ๆแม่ก็มีไข้ เกิดติดเชื้อในกระแสเลือดขึ้น มีอาการเหนื่อยมากขึ้น อาการเหนื่อยรุนแรงมากและอ็อกซิเจนก็ต่ำมากเช่นกัน ต้องใส่ oxygen high flow ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก แค่เพียง 2-3 วัน ปอดแม่เปรอะ 2 ข้าง แบบขาวทึบ แม่ใช้เครื่อง support สูงสุด ก็ยังเหนื่อยอยู่ และอ็อกซิเจนก็ได้เพียง 80 กว่าๆ
แนตบอกแม่ว่า "ตอนนี้ปอดอักเสบรุนแรงมากๆ หมอกลัวว่าแม่จะผ่านไปไม่ไหว"
แม่บอกแนตด้วยเสียงที่เบากว่าปกติมาก ว่า "หมอไม่ต้องกลัว ไม่ไหวก็ไม่เป็นไร"
แนตรู้สึกตื้อไปหมด ทำไมแนตดูกังวลมากกว่าคนไข้ที่กำลังจะตายอีก...
แนตถามแม่ว่า "ตอนนี้เหนื่อยมากมั้ย" แม่พยักหน้า
งั้นแนตปรับยาให้ก่อนนะ ยาอาจจะทำให้แม่หลับนะคะ แม่พยักหน้า
อยากคุยอะไรกันมั้ยคะ ก่อนหมอจะเพิ่มยา แม่ส่ายหน้า พร้อมรอยยิ้ม
ลูกที่อยู่ข้างๆ ยืนน้ำตาไหลอยู่ แต่ก็มีรอยยิ้มให้แม่ของเขา
แนตบอกแม่ว่า "การรักษาทุกอย่าง การดูแลแม่ทุกอย่างยังเป็นไปเหมือนเดิมค่ะ ถ้าปอดแม่ดีขึ้น เดี๋ยวลดยาแล้วกลับมาคุยกันนะคะ ถ้าปอดแม่ไม่ดีขึ้น แม่อาจจะไม่ได้กลับมาคุยกับหมอนะคะ" แม่พยักหน้าอีกครั้ง
แนตเริ่มปรับยาสูงขึ้น จนมั่นใจว่าแม่หายเหนื่อย ซึ่งระดับยาตอนนั้น ทำให้แม่ไม่รู้สึกตัว แต่ขณะเดียวกัน แม่ก็หายใจสบายขึ้นมาก
แนตหันไปมองเครื่อง high flow ซึ่งตอนนี้ก็ setting สูงที่สุดที่เครื่องจะทำได้ หน้าจอมอนิเตอร์ขึ้นโชว์ระดับอ็อกซิเจนปลายนิ้วที่ 84%
ลูกสาวมองตาม พร้อมหันมามองหน้าแนต แล้วถามว่า "เหลือเวลาอีกเท่าไหร่คะหมอ"
แนตบอกว่า "แล้วแต่ว่าแม่ตอบสนองต่อการรักษาไม่ ถ้าไม่ตอบสนอง แม่จะเหลือเวลาหลักวัน"
ลูกสาวจับมือแม่ที่หลับไปแล้ว พร้อมพยักหน้ารับรู้ ในตามีน้ำตาที่พร้อมจะหยดลงมา
วันถัดมา แม่อ็อกซิเจนดีขึ้นเล็กน้อย หายใจดูสบาย ฉันยังคงให้แม่หลับต่อ เพราะคิดว่ายังคงเหนื่อยอยู่
การรักษาทุกอย่างยังคงไปต่อ ให้สารอาหารทางหลอดเลือดเพื่อให้ร่างกายยังมีพลังงาน
จากตัวโรคยอมรับว่าโอกาสจะดีขึ้นมีไม่มากนัก เพราะปอดแม่เป็นหนักมากจริงๆ กรณีแบบนี้ต้องใส่ท่อช่วยหายใจแล้ว แต่จากโรคของแม่ แม่คิดว่าการใส่ท่อช่วยหายใจ แม้จะยื้อเวลาได้แต่แม่ก็รู้สึกว่าไม่ได้คุ้มค่ากับที่ต้องเจ็บ แนตก็เข้าใจดี
.
ถัดมาสามสี่วัน หลังปรับการรักษา อ็อกซิเจนแม่ดีขึ้น และดีขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มลดระดับการช่วยลงได้
แนตเริ่มลดระดับยานอนหลับ แม่ค่อยๆตื่นขึ้น พูดคุยรู้เรื่อง แต่ยังง่วงๆอยู่
แนตดีใจที่แม่ปอดดีขึ้น เพราะแนตได้มะยงชิดมาแล้ว น่าจะกำลังสุก ไม่รู้ว่าเปรี้ยวหรือหวาน แต่แนตอยากเอาให้แม่ได้กิน
ทุกอย่างค่อยๆดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ลดระดับอ็อกซิเจนที่ต้องช่วยแม่ได้เยอะ แม่ทานเองทางปากได้แล้ว แนตจึงเอามะยงชิดเย็นๆ ไปให้ แม่ยิ้มดีใจมากๆ ที่เห็นมะยงชิด หลังจากนั้นแม่ก็จิ้มทานเอง ทั้งๆที่จมูกยังใส่ high flow nasal cannula อยู่
เมื่อทุกอย่างดีขึ้น แนตคุยกับแม่ ว่าตอนหลับไปแม่ฝันมั้ย แม่บอกว่าไม่ฝัน ไม่รู้เรื่องเลย ตอนตื่นวันแรกๆ ก็ยังจำไม่ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลของยานั้นเองที่ทำให้ความจำหายไปบางช่วง
เมื่อแม่ดีพอที่จะใส่อ็อกซิเจนสายเล็กๆได้ แม่เริ่มออกมาเที่ยวหน้าห้องได้ เริ่มลงไปสวนได้ พร้อมรอยยิ้มที่ฉันเอง ก็งงๆว่า แม่ผ่านวิกฤตนั้นมาได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
วันหนึ่งแนตไปเยี่ยม เห็นแม่นั่งดูทีวี เลยชวนคุย
แนตบอกแม่ว่า “ดีใจที่แม่ดีขึ้นนะคะ เพราะแนตตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าแม่จะไหวมั้ย เพราะปอดมันแย่มากๆเลย แต่ตอนนี้แม่ดีขึ้นมากๆเลย แม่อยากทำอะไรต่อมั้ยจากนี้”
แม่คิดไม่ออก แนตเลยถามว่า "ปกติตอนอยู่บ้าน ใช้เวลาร่วมกันกับลูกทำอะไรกันบ้าง"
แม่บอกว่าไปห้าง ไปทานข้าว แนตเลยถามต่อว่า “อยากไปมั้ย”
แม่ทำตาโต "ไปได้หรอ"
แม้ตอนนั้นจะยังใช้ high flow อยู่บางช่วง แต่ดูแล้วน่าจะหยุดใช้ได้ในอีก 2-3 วัน จึงตอบว่า "ไปได้นะ ลดออกซิเจนเหลือสายเล็ก ก็ไปกันได้ ไปมั้ย หมอพาไป"
แม่ทำตาโตอีก พร้อมหน้ายิ้ม หันไปมองลูกที่ยิ้มอยู่ข้างๆ แล้วก็พยักหน้าว่าอยากไป
แนตจัดการประสานงานกับทาง Central Rama 2 เพราะกลัวเขาแตกตื่น คนไข้มียา มีออกซิเจนไปด้วย แต่ปรากฏว่า ทางเซนทรัลช่วยเหลือดีมากๆ กราบขอบพระคุณ
เข็นรถเข้าห้าง เจอร้านขายตุ้กตา แม่มองอย่างสนใจ เราจึงแวะดู แม่ซื้อตุ้กตาแมวร้องได้มาตัวนึง แม่ชอบมันมากๆ ถือไม่วางเลย ในวันนั้นได้เข็นรถไปยังแผนกต่างๆทั่วห้าง
เมื่อถึงเวลาเที่ยง แม่เลือกร้านอาหาร พออาหารมา ลูกสาวก็ค่อยๆป้อนให้แม้จะทานได้ไม่มาก ได้ไปทานข้าวกับลูกในห้าง ได้ทำกิจกรรมที่ชอบทำด้วยกัน ในวันนี้น่าจะเป็นของขวัญยิ่งใหญ่ของเขา
หลังจากนั้นก็กลับรพ.กัน แม่ยิ้มตลอดทาง ลูกๆก็ดีใจ แนตก็ดีใจที่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย
.
แม่ก็ใช้ชีวิตแต่ละวันแบบสบายๆ อยากทำอะไรก็ทำ อยากกินอะไรก็กิน ก้อนที่ท้องจะโตขึ้นแค่ไหน ก็ไม่สน สนแค่ปวดมั้ย
ถ้าปวดก็ขอยา โต๊ะข้างเตียงแม่มีตุ๊กตาแมวตัวเดิมที่เอามาจากห้างอยู่ข้างตัว และหลายครั้งมันก็ได้มาอยู่บนเตียงข้างๆแม่ จนวันท้ายๆของแม่ แม้จะหลับเป็นส่วนมาก แต่แม่ก็ยังยิ้มสวยให้แนตอยู่
.
แม่เป็นตัวอย่างของคนที่มีความสุขให้ง่ายเข้าไว้ แค่ไม่ปวด แม่ก็มีความสุข ได้กินมะยงชิด แม่ก็ดีใจ ได้ไปห้างแม่ยิ่งดีใจ ถึงวันที่ทำอะไรไม่ได้แล้ว แม่ก็ยังยิ้มแบบสุขใจได้อยู่
แนตคิดว่า คนแบบนี้เป็นตัวอย่างที่กล้าหาญของการใช้ชีวิต กล้าที่ยอมรับว่าช่วงท้ายมาถึง กล้าที่จะมีความสุขในเวลาที่มีอยู่ และกล้าที่จะเผชิญความตาย
เราล่ะ…อย่าให้ต้องรอถึงวันสุดท้าย ถึงจะอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ
หลังจากที่แม่ออกเดินทาง ทุกครั้งที่ได้กินมะยงชิด แนตก็คิดถึงแม่ขึ้นมาทุกครั้ง ปีนี้ก็เช่นกัน
หมอแนต พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร #โรงพยาบาลคูน
Koon "คูน" รพ.เฉพาะทางด้านการดูแลรักษาแบบประคับประคอง หรือ Palliative Care แห่งแรกในไทย มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไข้และครอบครัวอย่างเข้มข้นทั้งกาย ใจ สังคมและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะคนไข้ในกลุ่มโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดและอาการของโรคนั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไข้ให้ลดลงและไม่ดีอย่างที่เคย
ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและระยะลุกลาม เช่น โรคมะเร็งระยะสุดท้าย โรคมะเร็งระยะลุกลาม โรคอัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อม โรคพาร์คินสัน โรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอด โรคไตระยะท้าย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคตับแข็งระยะท้าย
ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยไอซียู(ICU) ที่เข้าออกรพ.บ่อยครั้ง
ผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด พักฟื้นหลังการให้คีโม ฉายแสงและยามุ่งเป้าฯ
โดยโรงพยาบาลคูน มีแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็ง สามารถให้ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัดได้ หรือแม้แต่ฉายแสง เราก็สามารถส่งต่อให้การดูแลได้อย่างรวดเร็ว จึงขอแนะนำประโยชน์และข้อดีของการมีหมอ Palliative Care เข้ามาดูแลรักษาควบคู่กับหมอมะเร็ง เพื่อดูแลความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณและคนที่คุณรักได้ตั้งแต่วันนี้
สามารถศึกษาข้อมูล เพราะอะไร "คูน" ถึงเป็นทางเลือกการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของ "คุณ" ?เพื่อทราบรูปแบบการรักษาของรพ.คูน ซึ่งมุ่งหวังที่จะสร้างและเติมเต็มคุณภาพชีวิตและช่วงเวลาที่มีค่าของคนไข้และครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายและความปรารถนาที่แท้จริงเฉพาะบุคคลอย่างเข้มข้มครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ
เบอร์โทรศัพท์ : 02-405-3899 หรือ คลิกเพื่อลงทะเบียนนัดหมายรับคำปรึกษาจากแพทย์
Facebook : https://www.facebook.com/koonhospital
LINE Official : https://lin.ee/XqcpBmP
Maps : https://goo.gl/maps/xAMCi2jLC8SpSzfk8