2 ผลลัพธ์ที่แตกต่าง Advance Care Planning เปลี่ยนความกังวล เป็น "ความเข้าใจ" ได้อย่างไร?

เมื่อคนที่คุณรักในครอบครัวเผชิญหน้ากับโรคร้ายแรงหรือไม่หายขาด การตัดสินใจมักเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางอารมณ์ บางครอบครัวเลือกเริ่มการดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมกับการวางแผนการดูแลล่วงหน้า (Advance Care Planning: ACP) ขณะที่บางครอบครัวรอจนเกิดภาวะวิกฤตหรือสิ้นสุดทางรักษาหลักและต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วนซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

การเข้าถึงการรักษาแบบประคับประคอง(Palliative Care) ตั้งแต่เนิ่นๆพร้อมเริ่มพูดคุยและทำความเข้าใจว่า ACP สามารถสร้างมุมมองของครอบครัวต่อความต้องการทางร่างกาย จิตใจ และความปรารถนาในการดูแลรักษาของคนไข้อย่างไร จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การดูแลเป็นไปอย่างสอดคล้องและตอบสนองตรงกับใจคนไข้มากยิ่งขึ้น

Koon "คูน" ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาแบบประคับประคอง หรือ Palliative Care มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไข้และครอบครัวอย่างเข้มข้นทั้งกาย ใจ สังคมและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะคนไข้ในกลุ่มโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดและอาการของโรคนั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไข้ให้ลดลงและไม่ดีอย่างที่เคย ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและระยะลุกลาม เช่น โรคมะเร็งระยะสุดท้าย โรคมะเร็งระยะลุกลาม โรคอัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อม โรคพาร์คินสัน โรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอด โรคไตระยะท้าย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคตับแข็งระยะท้าย ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยไอซียู(ICU) ที่เข้าออกรพ.บ่อยครั้ง พักฟื้นหลังการให้คีโม ฉายแสง ยามุ่งเป้าฯ จึงแบ่งปันประเด็นสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของการเข้าถึงการรักษาแบบประคับประคองในเวลาที่เหมาะสม พร้อมเริ่มกระบวนการสื่อสารพูดคุยถึงแผนการดูแลรักษาด้วยการวางแผนการดูแลล่วงหน้า (Advance Care Planning: ACP) ดังนี้


ครอบครัวที่มี Advance Care Planning ดีอย่างไร?

1. เข้าใจเป้าหมายและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างชัดเจน vs ลังเล คาดเดาความต้องการ ครอบครัวที่เริ่มทำ ACP ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเข้าใจเป้าหมายการดูแลของคนไข้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาการไม่สุขสบาย เป้าหมายการรักษา หรือคุณภาพชีวิตที่ดีที่ให้ความสำคัญ เมื่ออาการทรุดลง การตัดสินใจต่าง ๆ จึงยึดตามความต้องการที่คนไข้ได้เคยแจ้งความประสงค์ไว้แล้ว ในทางตรงกันข้าม ครอบครัวที่ไม่มี ACP มักต้องตัดสินใจจากการคาดเดาความต้องการของคนไข้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความลังเล ความเห็นที่ไม่ตรงกัน และความทุกข์ใจในช่วงเวลาที่สำคัญ

2. เตรียมความพร้อมรับมือได้ทุกสถานกาณ์ vs เกิดความเครียดในภาวะวิกฤต การเข้าสู่ดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เปิดพื้นที่ให้ครอบครัวได้เตรียมใจ พูดคุยในประเด็นที่ยาก และความไม่รู้ ไม่แน่นอนด้วยความเข้าใจและออกแบบแนวทางไปพร้อมกัน ขณะที่ครอบครัวที่ไม่ได้ทำ ACP มักต้องเผชิญการตัดสินใจอย่างฉับพลันในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเพิ่มความรู้สึกผิด ความกังวล และภาระทางอารมณ์

3. รู้จักคุณค่า ความปรารถนา และตัวตนของคนไข้ vs โฟกัสที่อาการและโรคเป็นหลัก การสนทนาเรื่อง ACP ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาทางการแพทย์ แต่ช่วยให้ครอบครัวเข้าใจคุณค่าความหมายในชีวิต รวมถึงสิ่งที่มีความสำคัญและความปรารถนาของคนไข้ เช่น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเชื่อทางจิตวิญญาณ บทบาทในครอบครัว หรือสถานที่ดูแลที่ต้องการ หากขาดการพูดคุยเหล่านี้ การดูแลอาจเผลอมองข้ามคุณค่าและความต้องการที่แท้จริงของคนไข้โดยไม่ตั้งใจ โฟกัสที่การรักษาในเชิงการแพทย์ จัดการอาการที่เกิดขึ้นในมิติเดียว

4. สร้างสายสัมพันธ์ที่อบอุ่น กลมเกลียวในครอบครัว vs เกิดความขัดแย้ง ความคิดเห็นไม่ตรงกัน เมื่อความต้องการของคนไข้ถูกบันทึกและสื่อสารไว้อย่างชัดเจน ครอบครัวจะสามารถทำหน้าที่เป็นทีมสนับสนุนเดียวกันได้ แต่หากไม่มี ACP ความเห็นที่แตกต่างกันของคนในครอบครัวอาจนำไปสู่การขาดการสื่อสารที่ดี ไม่ชัดเจน เกิดความขัดแย้ง ทำให้การดูแลล่าช้า ไม่ตรงตามความต้องการ เพิ่มความตึงเครียดในช่วงเวลาที่เปราะบาง


ผลลัพธ์ทั้ง 4 ข้อข้างต้นไม่ใช่เรื่องของความรักหรือความตั้งใจ แต่คือ "การเตรียมพร้อม" ดังนั้น Advance Care Planning เมื่อทำควบคู่กับการดูแลแบบประคับประคอง(Palliative Care)ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้กลายเป็นความเข้าใจ ช่วยให้ครอบครัวดูแลคนไข้ได้อย่างมั่นใจ อ่อนโยน และเคารพในสิ่งที่คนไข้ต้องการและปรารถนาอย่างแท้จริง

สามารถศึกษาข้อมูล เพราะอะไร "คูน" ถึงเป็นทางเลือกการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของ "คุณ" ? เพื่อทราบรูปแบบการรักษาของรพ.คูน ซึ่งมุ่งหวังที่จะสร้างและเติมเต็มคุณภาพชีวิตและช่วงเวลาที่มีค่าของคนไข้และครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายและความปรารถนาที่แท้จริงเฉพาะบุคคลอย่างเข้มข้มครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ