7 วิธีช่วยให้คนที่คุณรักสุขสบายลดปวดที่บ้านอย่างปลอดภัย
อาการปวดเป็นหนึ่งในความกังวลสำคัญที่สุดของคนไข้ที่เผชิญกับโรคร้ายแรงหรือรักษาไม่หายขาด รวมถึงสมาชิกในครอบครัวที่ทำหน้าที่ดูแลคนที่รักที่บ้าน หลายคนกังวลว่าตนเองให้ยาแก้ปวดได้ถูกต้องหรือไม่ ควรสังเกตสัญญาณใดที่บ่งบอกว่าอาการปวดกำลังแย่ลง และเมื่อใดจึงควรขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์
Koon "คูน" รพ.เฉพาะทางด้านการดูแลรักษาแบบประคับประคอง หรือ Palliative Care แห่งแรกในไทย มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไข้และครอบครัวอย่างเข้มข้นทั้งกาย ใจ สังคมและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะคนไข้ในกลุ่มโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดและอาการของโรคนั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไข้ให้ลดลงและไม่ดีอย่างที่เคย
ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและระยะลุกลาม เช่น โรคมะเร็งระยะสุดท้าย โรคมะเร็งระยะลุกลาม โรคอัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อม โรคพาร์คินสัน โรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอด โรคไตระยะท้าย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคตับแข็งระยะท้าย
ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยไอซียู(ICU) ที่เข้าออกรพ.บ่อยครั้ง
ผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด พักฟื้นหลังการให้คีโม ฉายแสงและยามุ่งเป้าฯ
โดยโรงพยาบาลคูน มีแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็ง สามารถให้ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัดได้ หรือแม้แต่ฉายแสง เราก็สามารถส่งต่อให้การดูแลได้อย่างรวดเร็ว จึงขอแนะนำประโยชน์และข้อดีของการมีหมอ Palliative Care เข้ามาดูแลรักษาควบคู่กับหมอมะเร็ง เพื่อดูแลความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณและคนที่คุณรักได้ตั้งแต่วันนี้
7 คู่มือควบคุมอาการปวดสำหรับครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองที่บ้าน
โรงพยาบาลคูน รวบรวม 7 วิธีปฏิบัติที่ครอบครัวสามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยควบคุมอาการปวดของคนไข้ที่บ้านได้อย่างปลอดภัย พร้อมส่งเสริมความสุขสบาย ศักดิ์ศรี และคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดเส้นทางการรักษา เพราะอาการปวดส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากครอบครัวมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการอาการปวด พร้อมปรึกษาและพูดคุยร่วมกับทีมดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) อย่างใกล้ชิด เพราะการดูแลอาการปวดไม่ได้อาศัยเพียงการใช้ยาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการดูแลด้านจิตใจ การสร้างความสุขสบายทางร่างกาย การสื่อสาร และการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
7 คู่มือควบคุมอาการปวดสำหรับครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองที่บ้าน
1. รับประทานยาแก้ปวดให้ตรงเวลา ไม่ควรรอจนปวดรุนแรง
ยาแก้ปวดส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดเมื่อรับประทานอย่างสม่ำเสมอตามเวลาที่แพทย์กำหนด มากกว่าการรอจนปวดมากแล้วจึงค่อยรับประทานยา การรับประทานยาตรงเวลาจะช่วยรักษาระดับยาในร่างกายให้คงที่ ลดโอกาสเกิดอาการปวดรุนแรง และช่วยป้องกันความทุกข์ทรมานที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ ไม่ควรปรับขนาดยา เพิ่ม หรือลดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือทีม Palliative Care ของโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด
2. จดบันทึกอาการปวดเป็นประจำทุกวัน
การบันทึกระดับความปวด เวลาที่รับประทานยา ปัจจัยที่กระตุ้นให้ปวด และวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการ จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมแพทย์ประเมินประสิทธิภาพของการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น แม้เป็นเพียงบันทึกง่าย ๆ แต่สามารถช่วยค้นหารูปแบบของอาการปวด และนำไปสู่การปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในการติดตามอาการครั้งถัดไป
3. จัดสภาพแวดล้อมให้คนไข้รู้สึกสุขสบายที่สุด
การจัดท่านอนหรือท่านั่งให้เหมาะสม การใช้หมอนช่วยรองรับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การเลือกที่นอนลดแรงกดทับ รวมถึงการจัดห้องให้เงียบ สงบ และอากาศถ่ายเทดี ล้วนช่วยลดความไม่สบายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หากคนไข้สามารถเคลื่อนไหวได้ การขยับตัวเบา ๆ ตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ยังช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อและส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตได้เช่นกัน
4. ผสมผสานวิธีบรรเทาอาการปวดอื่นๆอย่างเหมาะสม
นอกจากการใช้ยาแล้ว ยังมีวิธีเสริมที่ช่วยลดความรู้สึกปวดได้ เช่น การฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย การเปิดเพลงที่ชื่นชอบ การนวดผ่อนคลายเบาๆตามความเหมาะสม วิธีเหล่านี้ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการจัดการและควบคุมอาการปวดควบคู่กับการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์
5. สังเกตสัญญาณเตือนว่าอาการปวดเริ่มควบคุมไม่ได้
คนไข้บางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม อาจไม่สามารถบอกความปวดออกมาเป็นคำพูดได้ ผู้ดูแลจึงควรสังเกตอาการ เช่น สีหน้าบ่งบอกความเจ็บปวด กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ รับประทานอาหารได้น้อยลง ไม่อยากเคลื่อนไหว หรือมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน การสังเกตอาการได้เร็วล่วงหน้า จะช่วยให้ทีมแพทย์สามารถปรับการรักษาได้ก่อนที่อาการปวดจะรุนแรงขึ้น
6. ดูแลจิตใจและความรู้สึกควบคู่กัน
ความวิตกกังวล ความกลัว ความเหงา และความเครียด ล้วนทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้นได้ การรับฟังด้วยความเข้าใจ การให้กำลังใจ การอยู่เคียงข้าง การเปิดโอกาสให้คนที่คุณรักได้พูดคุยถึงความรู้สึก และการใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ล้วนช่วยเยียวยาจิตใจ และส่งเสริมประสิทธิภาพของการควบคุมอาการปวดได้เป็นอย่างดี
7. ปรึกษาและติดต่อทีม Palliative Care อย่างสม่ำเสมอ
หากอาการปวดรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ยาแก้ปวดที่เคยใช้ไม่ได้ผล มีอาการใหม่เกิดขึ้น หรือพบผลข้างเคียงจากยา เช่น ง่วงซึมมากผิดปกติ สับสน หรือหายใจลำบาก ควรรีบติดต่อทีมแพทย์หรือทีม Palliative Care ของโรงพยาบาลคูนโดยเร็ว การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยปรับแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้อาการปวดลุกลามจนควบคุมได้ยาก
การดูแลอาการปวดที่บ้าน ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวต้องรับมือกับทุกอย่างเพียงลำพัง หากได้รับการดูแลด้วยยาอย่างเหมาะสม มีการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ได้รับการสนับสนุนจากผู้ดูแล และมีคำแนะนำจากทีมดูแลแบบประคับประคอง คนไข้จำนวนมากสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านได้อย่างสุขสบาย พร้อมใช้เวลาที่มีคุณค่าร่วมกับคนที่รัก
การควบคุมอาการปวดจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาศักดิ์ศรีของคนที่คุณรัก เสริมสร้างความมั่นใจให้ครอบครัว และยกระดับคุณภาพชีวิตตลอดเส้นทางการดูแล หากอาการปวดเริ่มควบคุมได้ยาก หรือมีอาการผิดปกติใหม่ ๆ การปรึกษาทีม Palliative Care ตั้งแต่เนิ่น ๆ คือหนึ่งในก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมที่สุด
Koon Palliative Home Care
โรงพยาบาลคูน รพ.เฉพาะทางด้านประคับประคอง(Palliative Care) แห่งแรกในไทย ขยายบริการดูแล Palliative Care ถึงบ้าน เพื่อความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนที่คุณรัก ส่งมอบบริการ Palliative Care มาตรฐานระดับสากลจาก AACI International Healthcare Accreditation และ ระบบการจัดการ ISO 9001:2015 (Management System Certification) แห่งแรกในไทยและเอเชีย โดยทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญถึงบ้าน เพื่อให้คนไทยเข้าถึง Palliative Care ในเวลาที่เหมาะสม
อัตราค่าบริการ Home Care เริ่มต้นเพียง 3,600.-**
วางแผนการดูแลสุขภาพล่วงหน้า(Advance Care Planning) เฉพาะบุคคล เช่น ความต้องการของผู้ป่วย/ครอบครัว เป้าหมายในการรักษา ทำความเข้าใจด้านจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้ป่วย/ครอบครัว
จัดทำ Family Meeting ร่วมพูดคุย ให้คำแนะนำ คำปรึกษาแก่ครอบครัว
ตรวจประเมิน รักษาและควบคุมอาการปวด ไม่สุขสบายต่างๆ ถึงบ้าน
"เพื่อนคู่คิด" ปรึกษา สอบถามอาการโดยแพทย์และพยาบาล ตลอด 24 ชม.
จัดส่งยาและเวชภัณฑ์ที่เหมาะสมกับอาการถึงบ้าน
ลงทะเบียนรับบริการ 𝑲𝑶𝑶𝑵 𝑷𝒂𝒍𝒍𝒊𝒂𝒕𝒊𝒗𝒆 𝑯𝒐𝒎𝒆 𝑪𝒂𝒓𝒆
https://forms.gle/9QdLLY84f1HSQvPq9
*อัตราค่าบริการข้างต้นไม่รวมค่าเดินทาง ค่าแพทย์ ค่าหัตถการพยาบาล ค่ายาและค่าเวชภัณฑ์
**ส่วนลดและสิทธิพิเศษเมื่อสมัครสมาชิก KOON Membership Program
คำถามที่พบบ่อยของโรงพยาบาลคูน (FAQ)
1. สามารถควบคุมอาการปวดที่บ้านได้อย่างปลอดภัยหรือไม่?
ได้ อาการปวดจากโรคร้ายแรงหรือรักษาไม่หายขาดหลายประเภทสามารถควบคุมได้อย่างปลอดภัยที่บ้าน หากคนไข้ได้รับยาอย่างถูกต้องตามแผนการรักษา มีการติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ และได้รับคำแนะนำจากทีมบุคลากรทางการแพทย์
2. ควรรอให้ปวดมากก่อนจึงค่อยรับประทานยาแก้ปวดหรือไม่?
ไม่ควร ยาแก้ปวดส่วนใหญ่ให้ผลดีที่สุดเมื่อรับประทานตามเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการปวดรุนแรงจนควบคุมได้ยาก ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
3. สัญญาณใดบ่งบอกว่าอาการปวดกำลังแย่ลง?
สัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ อาการปวดมากขึ้นแม้รับประทานยาแล้ว นอนไม่หลับ เคลื่อนไหวได้น้อยลง รับประทานอาหารลดลง สีหน้าแสดงความเจ็บปวด กระสับกระส่าย หรือมีอาการปวดแทรกเป็นช่วง ๆ
4. วิธีบรรเทาอาการปวดโดยไม่ใช้ยาช่วยได้จริงหรือไม่?
ทีมดูแลแบบประคับประคองของโรงพยาบาลคูน สามารถช่วยคนไข้และครอบครัวสำรวจเป้าหมายการรักษา ทำความเข้าใจทางเลือกต่าง ๆ และสนับสนุนการวางแผนการดูแลล่วงหน้า (Advance Care Planning) เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างเหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วย
5. ครอบครัวควรติดต่อบุคลากรทางการแพทย์เมื่อใด?
ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือทีม Palliative Care หากอาการปวดรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน ยาแก้ปวดไม่สามารถควบคุมอาการได้ มีอาการใหม่เกิดขึ้น หรือมีผลข้างเคียงจากยา เช่น สับสน ง่วงซึมมากผิดปกติ หรือหายใจลำบาก เพื่อให้ได้รับการประเมินและปรับแผนการรักษาอย่างทันท่วงที
สามารถศึกษาข้อมูล เพราะอะไร "คูน" ถึงเป็นทางเลือกการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของ "คุณ" ?เพื่อทราบรูปแบบการรักษาของรพ.คูน ซึ่งมุ่งหวังที่จะสร้างและเติมเต็มคุณภาพชีวิตและช่วงเวลาที่มีค่าของคนไข้และครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายและความปรารถนาที่แท้จริงเฉพาะบุคคลอย่างเข้มข้มครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ
เบอร์โทรศัพท์ : 02-405-3899 หรือ คลิกเพื่อลงทะเบียนนัดหมายรับคำปรึกษาจากแพทย์
Facebook : https://www.facebook.com/koonhospital
LINE Official : https://lin.ee/XqcpBmP
Maps : https://goo.gl/maps/xAMCi2jLC8SpSzfk8